Description

ALMAVIVA ไวน์แดงชิลีจากเมือง Maipo Valley ปี 1996
“ALMAVIVA” เป็นไวน์แดงระดับพรีเมียมจากประเทศชิลีที่ได้รับการยกย่องในวงการไวน์ระดับโลก ด้วยรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความโดดเด่น และประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง คือ ชิลี และฝรั่งเศส นับตั้งแต่ปี 1996 ทำให้การสร้างสรรค์ ALMAVIVA ขึ้นมานั้นได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านไวน์ของชาวฝรั่งเศสเข้ากับทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของเมือง Maipo Valley ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ชั้นนำของชิลีได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้ ALMAVIVA ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงคุณภาพขององุ่นที่ใช้ผลิตเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงการเคารพในประเพณี และความหลงใหลในศิลปะการทำไวน์อีกด้วย
โดยในโลกของไวน์ระดับพรีเมียมนั้นมีเพียงไม่กี่ครั้งที่การผสานความร่วมมือระหว่างสองวัฒนธรรมจะสร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่จนกลายเป็นตำนาน ซึ่ง ALMAVIVA ถือว่าเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่เกิดจากวิสัยทัศน์อันกล้าหาญของสองตระกูลไวน์ชั้นนำ ระหว่างตระกูล Rothschild แห่งฝรั่งเศส และ Concha y Toro แห่งชิลี ที่ร่วมกันสร้างไวน์ระดับพรีเมียมที่ผสานจิตวิญญาณของทั้งสองวัฒนธรรมไว้ในขวดเดียว และก่อให้เกิดไวน์ที่มีความซับซ้อน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในไวน์ชั้นนำของทวีปอเมริกาใต้
1. ทำความรู้จักกับ ALMAVIVA ไวน์แดง 2 สัญชาติจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมชิลี และฝรั่งเศส
สำหรับจุดเริ่มต้นของไวน์แดงพรีเมียมอย่าง ALMAVIVA นั้นเกิดขึ้นในปี 1996 เมื่อ Baroness Philippine de Rothschild แห่ง Chateau Mouton Rothschild และ Eduardo Guilisasti Tagle ประธานของ Viña Concha y Toro ได้ตกลงร่วมมือกันสร้างไวน์ระดับพรีเมียมที่จะเป็นตัวแทนของทั้งสองวัฒนธรรม โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะสร้างไวน์ที่มีคุณภาพระดับ First Growth ของ Bordeaux บนผืนดินชิลี และชื่อของไวน์อย่าง “ALMAVIVA” มีที่มาจากตัวละครเอกในนวนิยายเรื่อง “Le Mariage de Figaro” ของ Beaumarchais ที่สะท้อนถึงความหรูหรา และความประณีตของวัฒนธรรมฝรั่งเศส ในขณะที่โลโก้บนขวดได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายโบราณของชนพื้นเมือง Mapuche ของประเทศชิลี ที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศฝรั่งเศส และประเทศชิลีเข้ากันได้อย่างลงตัว
โดยไร่องุ่น ALMAVIVA ตั้งอยู่ในเขต Puente Alto ของหุบเขา Maipo Valley ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดสำหรับการปลูกองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon ในชิลี ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นที่ราบสูง ทำให้พื้นที่นี้ได้รับอิทธิพลจากเทือกเขา Andes และมหาสมุทรแปซิฟิก ที่สร้างสภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกองุ่นที่เหมาะกับการผลิตไวน์คุณภาพสูง ทำให้การผลิตไวน์ ALMAVIVA นั้นใช้องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เป็นสายพันธุ์หลัก และผสมกับองุ่นสายพันธุ์อื่นๆ ได้แก่ สายพันธุ์ Carmenère, Cabernet Franc, Merlot และ Petit Verdot โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งฝรั่งเศส และชิลีร่วมกันคัดเลือก และผสมองุ่นในสัดส่วนที่เหมาะสม และการหมัก และบ่มไวน์ใช้ถังไม้โอ๊คฝรั่งเศสใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้ไวน์ที่มีความซับซ้อน และสมดุล
ทำให้ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา ALMAVIVA ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าประเทศชิลีสามารถผลิตไวน์ระดับโลกได้ ด้วยคะแนนที่ได้รับจากนักวิจารณ์ไวน์ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวินเทจแรกปี 1996 ที่ได้รับคะแนนมากกว่า 90 คะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์ชื่อดัง และได้สร้างความประทับใจให้กับวงการไวน์ทั่วโลก รวมถึง ALMAVIVA ยังเป็นผู้บุกเบิกในการยกระดับอุตสาหกรรมไวน์ของชิลี โดยแสดงให้เห็นว่าการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่นกับเทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส ว่าสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับสูงสุดได้ และทำให้ในปัจจุบัน ALMAVIVA ยังคงรักษามาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด และพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตำแหน่งการเป็นหนึ่งในไวน์ชั้นนำของโลก

2. กระบวนการผลิต ALMAVIVA ที่พิถีพิถันมีอะไรบ้าง?
สำหรับกระบวนการผลิตไวน์ ALMAVIVA ที่มีความพิถีพิถันนั้นจะเป็นการใช้ศิลปะที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์ และประเพณีการผลิตไวน์ในแบบของฝรั่งเศสเข้าไว้ด้วยกัน โดยกระบวนการผลิตนั้นจะเริ่มต้นจากการคัดเลือกองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon, Carmenère, Merlot, Cabernet Franc และ Petit Verdot ที่ปลูกในไร่องุ่น Puente Alto ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ที่มีดิน น้ำ และอากาศเย็น ทำให้องุ่นมีรสชาติที่เข้มข้น และซับซ้อน ซึ่งทำให้รายละเอียดของกระบวนการผลิต ALMAVIVA มีดังนี้
- การปลูก และดูแลองุ่น สำหรับสายพันธุ์องุ่นที่ใช้ในการผลิต ALMAVIVA นั้นจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การเลือกต้นองุ่นที่เหมาะสมกับสภาพดินไปจนถึงการตัดแต่งกิ่ง เพื่อควบคุมปริมาณผลผลิตในแต่ละปี พร้อมกับทำการเก็บเกี่ยวด้วยมือ เพื่อป้องกันความเสียหายของผลองุ่น ที่ทำให้ได้ผลองุ่นที่มีความสมบูรณ์ในการผลิตไวน์มากที่สุด
- การคัดแยก และการบดองุ่น เมื่อองุ่นถูกส่งมาถึงโรงผลิตแล้ว ก็จะผ่านการคัดแยกอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าผลองุ่นที่จะใช้นั้นมีเฉพาะผลองุ่นที่มีความสมบูรณ์ที่สุด จากนั้นจึงนำไปบดเบาๆ เพื่อรักษากลิ่น และรสชาติขององุ่นดั้งเดิมไว้
- การหมัก และการควบคุมอุณหภูมิ หลังจากทำการบดองุ่นแล้ว องุ่นที่บดจะถูกนำไปหมักในถังสแตนเลสที่มีระบบควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้กระบวนการหมักเกิดขึ้นอย่างเหมาะสมที่สุด ระหว่างกระบวนการนี้จะเกิดการสกัดสี กลิ่น และรสชาติจากเปลือกองุ่น เพื่อให้ได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
- การบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศส หลังจากที่ไวน์หมักเสร็จแล้ว ก็จะถูกนำมาบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศสใหม่ 100% เป็นเวลา 14-18 เดือน เพื่อให้ถังไม้โอ๊กช่วยเพิ่มความซับซ้อนให้กับไวน์ โดยเสริมกลิ่นหอมของวานิลลา และเครื่องเทศเข้าไปให้มีความหอมชัดเจนมากขึ้น
- การบรรจุขวดและการพักในขวด หลังจากการบ่มเรียบร้อยแล้ว ไวน์ก็จะถูกบรรจุขวด และพักในห้องควบคุมอุณหภูมิอีก 6-12 เดือนก่อนวางจำหน่าย เพื่อให้รสชาติ และกลิ่นของไวน์พัฒนาเต็มที่
ด้วยกระบวนการผลิตที่มีความพิถีพิถัน และใส่ใจในทุกรายละเอียด จึงทำให้ ALMAVIVA เป็นไวน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และมีคุณภาพสูง เหมาะสำหรับนักสะสมไวน์ และผู้ที่ชื่นชอบไวน์ระดับพรีเมียมทั่วโลก ที่สามารถตอบโจทย์สไตล์การดื่มได้ทั้งนักดื่มมือใหม่ และสายดื่มไวน์ตัวจริง ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากจะสัมผัสถึงความพรีเมียม และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ ALMAVIVA ในราคาสบายกระเป๋า ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK ที่มี ALMAVIVA พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ การันตีของแท้ 100% และราคาดีที่สุดในตลาด พร้อมจัดส่งไวให้ถึงหน้าบ้าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อได้เลยที่ Line Official : @ ตลอด 24 ชั่วโมง
3. ALMAVIVA มีรสชาติ รสสัมผัส กลิ่น และรายละเอียดต่างๆ ยังไงบ้าง?
ALMAVIVA เป็นไวน์แดงระดับพรีเมียมที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์ขององุ่นจากชิลี และฝีมือการผลิตไวน์ในแบบฝรั่งเศสอย่างลงตัว ทำให้มีความซับซ้อน และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการผสมผสานระหว่างองุ่นหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Cabernet Sauvignon และ Carmenère ที่ถือว่าเป็นสายพันธุ์องุ่นซิกเนเจอร์ของชิลี ทำให้ไวน์มีสีแดงเข้มเกือบม่วง (Deep Purple-Red) ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของเนื้อไวน์ และศักยภาพในการบ่ม มาพร้อมกับรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- รสชาติ (Flavor) รสชาติของ ALMAVIVA โดดเด่นด้วยความเข้มข้นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น แบล็กเคอร์แรนต์ แบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี และราสป์เบอร์รี ผสานกับรสของเครื่องเทศ เช่น อบเชย กานพลู และพริกไทยดำ อีกทั้งยังมีกลิ่นรสของดาร์กช็อกโกแลต มอคค่า และวานิลลา ซึ่งมาจากการบ่มในถังไม้โอ๊กฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยความเผ็ดร้อนเล็กน้อยที่ช่วยให้มีความกลมกล่อมมากขึ้น
- รสสัมผัส (Mouthfeel) รสสัมผัสของ ALMAVIVA นั้นจะเป็นแบบ Full Body มีความเข้มข้นของแทนนิน และ Acidity ปานกลาง ทำให้มีความนุ่มนวล แต่ทรงพลัง ด้วยโครงสร้างแทนนินที่แน่นหนา และกลมกล่อม ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มลึก และทิ้งท้ายรสชาติในปากยาวนาน รวมถึงมีความเป็นกรดที่สมดุล ช่วยเติมเต็มความสดชื่น และความมีชีวิตชีวาในระหว่างดื่มมากขึ้น
- กลิ่น (Aroma) กลิ่นของ ALMAVIVA มีกลิ่นที่มีความซับซ้อน ด้วยกลิ่นหอมของผลไม้สีดำ เช่น แบล็คเชอร์รี แบล็คเบอร์รี บลูเบอร์รี และลูกพรุน ผสมผสานกับกลิ่นของไม้โอ๊กอ่อนๆ ที่ให้ความหอมของวานิลลา และช็อคโกแลต แทรกด้วยกลิ่นสมุนไพรสด โดยเฉพาะใบยูคาลิปตัส ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ขององุ่น Carmenère ปิดท้ายด้วยเครื่องเทศ และกลิ่นดินแร่ที่สะท้อนถึง terroir ของหุบเขา Maipo Valley
ทำให้ ALMAVIVA ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์ชื่อดังต่างๆ ดังนี้
- James Suckling ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 100 คะแนน
- Wine Spectator ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 96 คะแนน
- Wine Advocate ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 95 คะแนน
- Wine Enthusiast ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 94 คะแนน
ด้วยองค์ประกอบของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ ALMAVIVA ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และสะท้อนถึงกลิ่นอายของไวน์แดงจากประเทศชิลีได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ ALMAVIVA เป็นอีกหนึ่งไวน์แดงที่เป็นที่นิยมของนักดื่ม และนักสะสมไวน์แดงทั่วโลก ดังนั้น นักดื่มคนไหนที่กำลังมองหาไวน์พรีเมียมสักตัวมาดื่มเอง ซื้อเป็นของขวัญ หรือซื้อมาสะสม “ALMAVIVA” ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว และสามารถหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK ที่มี ALMAVIVA พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ ของแท้ 100% และการันตีว่าจำหน่ายในราคาดีที่สุดในตลาดไวน์ สามารถสั่งซื้อได้เลยที่ Line Official : @ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

4. วิธีการดื่ม ALMAVIVA ที่ช่วยให้สัมผัสถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไวน์แดงชิลี และฝรั่งเศสได้ดีมากขึ้น
ถึงแม้ว่า ALMAVIVA จะเป็นไวน์แดงที่นักดื่มสามารถสัมผัสถึงความพรีเมียมในทุกหยดได้แบบง่ายๆ แต่เพื่อดื่มด่ำกับรสชาติ รสสัมผัส กลิ่น และเอกลักษณ์ของ ALMAVIVA ได้อย่างเต็มที่ ก็ควรให้ความสำคัญกับขั้นตอนในการเสิร์ฟ การดื่ม การจับคู่อาหาร และการเก็บรักษา ซึ่งขั้นตอนในการดื่ม ALMAVIVA มีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- วิธีการเสิร์ฟ ควรเสิร์ฟในอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส และควรเปิดขวดก่อนดื่มประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ไวน์ได้หายใจ พร้อมกับเลือกใช้แก้วทรงบอร์กโดซ์ และเทไวน์ประมาณ ⅓ ของแก้ว เพื่อให้ไวน์ได้มีพื้นที่ในการหมุนไวน์ ซึ่งจะช่วยดึงกลิ่นหอม และรสชาติที่ซับซ้อนออกมาอย่างเต็มที่
- วิธีการดื่ม ควรเริ่มจากการดมกลิ่นหอม เพื่อสัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้นในระหว่างดื่ม หลังจากนั้นให้ทำการหมุนแก้วเบาๆ แล้วจึงค่อยทำการจิบไวน์ทีละเล็กน้อยอย่างช้าๆ เพื่อให้สัมผัสถึงรายละเอียดต่างๆ ได้ดี และสามารถสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงของรสชาติเมื่อไวน์สัมผัสกับอากาศได้อย่างชัดเจน
- วิธีการจับคู่อาหาร ควรดื่มคู่กับอาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ เช่น สเต็กเนื้อริบอาย ซี่โครงแกะ เนื้อวัวตุ๋น เนื้อแกะซอสเครื่องเทศ หรือเป็ดย่างซอสเบอร์รี รวมถึงเมนูอาหารฝรั่งเศสที่มีส่วนประกอบของชีสบรี หรือชีสคาร์เมมเบิร์ต พายเนื้อที่มีซอสไวน์แดง หรือเมนูอาหารชิลีต่างๆ ก็สามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี
- วิธีการเก็บรักษา ควรเก็บรักษาไว้ในที่มืด และมีอุณหภูมิคงที่ประมาณ 12-15 องศาเซลเซียส มีความชื้นประมาณ 70% และวางขวดในแนวนอน เพื่อให้ไวน์สัมผัสกับจุกคอร์กตลอดเวลา และป้องกันจุกคอร์กแห้ง รวมถึงหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับแสงแดด ความร้อน และการสั่นสะเทือน สามารถเก็บได้นานมากถึง 15-20 ปี และถ้าหากเปิดขวดแล้ว ควรใช้จุกสุญญากาศปิด และเก็บในตู้ไวน์ และควรดื่มให้หมดภายใน 2-3 วัน
5. เลือกซื้อ ALMAVIVA ราคาดีที่สุด ของแท้ 100% พร้อมจัดส่งไวให้ถึงบ้าน ได้ที่ Wine Palette BKK
สำหรับนักดื่มคนไหนที่สนใจอยากจะลิ้มลอง หรือกำลังมองหาแหล่งจำหน่าย ALMAVIVA ราคาดี พร้อมส่ง และเป็นของแท้ ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK แหล่งนำเข้า และจำหน่ายเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบให้นักดื่มได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดง ไวน์ขาว ไวน์วินเทจพรีเมียม แชมเปญ สปาร์คกลิ้งไวน์ วิสกี้ คอนญัก หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ก็มีให้นักดื่มได้เลือกกันอย่างครบครัน คัดสรรเครื่องดื่มทุกขวดด้วยความใส่ใจ สามารถเชื่อถือได้ว่าเป็นของแท้ 100% จำหน่ายในราคามิตรภาพ พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ เพื่อให้นักดื่มได้สัมผัสความพรีเมียมของเครื่องดื่มขวดโปรดได้แบบทันใจในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ขอคำแนะนำ ดูรายละเอียดสินค้า หรือสั่งซื้อสินค้าได้เลยที่ …
- Line Official : @
- Website : www.winepalletbkk.com
มาพร้อมกับบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ การจัดส่งสินค้าด่วนภายในกทม. ที่ใช้เวลาจัดส่งเพียง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือภายในวันที่สั่งซื้อ และการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ที่ใช้เวลาในการจัดส่งเพียง 1-2 วัน ทำให้นักดื่มสามารถสั่งซื้อเครื่องดื่มขวดโปรดได้แบบง่ายๆ จากทั่วทุกมุมของประเทศไทย และสามารถสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง แพ็คสินค้าทุกออเดอร์เป็นอย่างดี และมีการรับประกันสินค้าระหว่างการจัดส่ง หากสินค้าได้รับความเสียหาย แตก หัก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ในระหว่างการจัดส่ง ทางร้านยินดีเปลี่ยนสินค้าเป็นขวดใหม่ให้ทันที แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ สามารถมั่นใจได้เลยว่าเครื่องดื่มขวดโปรดจะถึงมืออย่างปลอดภัยแน่นอน แถมยังมีบริการแอดมินให้คำแนะนำสินค้า เพียงแค่แจ้งแอดมินว่าอยากได้เครื่องดื่มประเภทไหน รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นสไตล์ไหน เจาะจงยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ มีงบประมาณเท่าไหร่ ซื้อดื่มเอง ซื้อเป็นของขวัญ หรือซื้อในโอกาสอะไร เพื่อให้แอดมินได้แนะนำเครื่องดื่มที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักดื่มมากที่สุด





