Description

Robert Mondavi Napa Valley ไวน์แดงคลาสสิกแห่งนาปาวัลเลย์จากปี 1970
ถ้าหากพูดถึงไวน์แดงที่ครองใจนักดื่มไวน์ทั่วโลก “Robert Mondavi Napa Valley” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่มติดอันดับที่นักดื่มหลายๆ คนจะต้องพูดถึงกันอย่างแน่นอน ด้วยรายละเอียดที่สามารถสะท้อนถึงความงามของ Napa Valley ในสหรัฐอเมริกาได้เป็นอย่างดี มาพร้อมกับรสชาติที่โดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ไวน์ตัวนี้กลายเป็นตัวแทนแห่งศิลปะ และความชำนาญในการทำไวน์ของภูมิภาค Napa Valley ตั้งแต่ปี 1970 จนถึงปัจจุบัน และทำให้ไวน์แดง Robert Mondavi Napa Valley ไม่เพียงแต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมกับคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมของการทำไวน์ในอเมริกาเหนือได้อย่างดีเยี่ยม
โดยจุดเด่นของ Robert Mondavi Napa Valley คือ การผสมผสานระหว่างความพิถีพิถันในกระบวนการผลิตไวน์แบบดั้งเดิมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบจากองุ่นชั้นเยี่ยมในภูมิภาค Napa Valley ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ปลูกองุ่นที่ดีที่สุดในโลก จึงทำให้ Robert Mondavi Napa Valley กลายเป็นไวน์ที่ควรค่าแก่การลองชิม และสะสมเป็นอย่างมาก และส่งผลให้ Robert Mondavi Napa Valley กลายเป็นสัญลักษณ์ของ Napa Valley และวงการไวน์อเมริกันจนถึงในปัจจุบัน
1. ประวัติความเป็นมาของ Robert Mondavi Napa Valley ไวน์แดงตัวท็อป สัญชาติอเมริกันที่ได้รับความนิยมทั่วโลก
“Robert Mondavi Napa Valley” ถือกำเนิดขึ้นในปี 1970 โดยเป็นผลลัพธ์จากวิสัยทัศน์ของ Robert Mondavi ผู้บุกเบิกวงการไวน์อเมริกันในยุคที่ไวน์จากยุโรปยังครองตลาดโลก ทำให้เขาเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ทำให้ Napa Valley กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการผลิตไวน์ โดย Robert Mondavi เกิดในปี 1913 ในครอบครัวผู้อพยพชาวอิตาเลียนที่ตั้งรกรากในรัฐแคลิฟอร์เนีย และด้วยความหลงใหลในวัฒนธรรมไวน์ จึงทำให้เขาเริ่มต้นทำงานในอุตสาหกรรมไวน์ครอบครัว และต่อมาในปี 1966 เขาก็ได้ตัดสินใจเปิดโรงผลิตไวน์ของตัวเอง และได้กลายเป็น Robert Mondavi Winery โรงผลิตไวน์แห่งนี้ถือเป็นแห่งแรกใน Napa Valley ที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ควบคู่ไปกับวิธีการผลิตไวน์แบบดั้งเดิม
ซึ่งการเปิดตัว Robert Mondavi Napa Valley ในปี 1970 ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ไวน์อเมริกันได้รับการยอมรับในตลาดโลก เพราะว่า Robert Mondavi ได้นำเทคนิคการหมักไวน์จากถังโอ๊คฝรั่งเศสมาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มความลึกซึ้ง และซับซ้อนให้กับรสชาติไวน์ อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการปลูกองุ่นคุณภาพสูง เช่น Cabernet Sauvignon, Merlot และ Zinfandel ซึ่งเหมาะกับสภาพภูมิอากาศ และดินของ Napa Valley จึงทำให้จุดเปลี่ยนสำคัญของ Robert Mondavi Napa Valley คือ ความสำเร็จในปี 1976 ที่รู้จักกันในชื่อ “Judgment of Paris” ที่ได้รับการยอมรับว่าเทียบเท่า หรือดีกว่าไวน์จากฝรั่งเศสในงาน Blind Tasting อันโด่งดัง และเหตุการณ์นี้ก็ได้ส่งผลให้ Napa Valley กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตไวน์ระดับโลก และยกระดับ Robert Mondavi Napa Valley ให้กลายเป็นไวน์ที่เป็นที่ต้องการอย่างกว้างขวาง
และในปัจจุบัน Robert Mondavi Napa Valley ก็ยังคงยืนหยัดในฐานะไวน์แดงคลาสสิกที่สะท้อนความงามของ Napa Valley ด้วยรสชาติ รสสัมผัส กลิ่น และคุณภาพที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และยังทำให้ Robert Mondavi Napa Valley ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรม การอนุรักษ์ศิลปะการผลิตไวน์ และความหลงใหลในคุณภาพที่ Robert Mondavi ได้ฝากไว้ให้กับวงการไวน์ของอเมริกา และทั่วโลก

2. กระบวนการผลิตของ Robert Mondavi Napa Valley มีขั้นตอนอะไรบ้าง?
สำหรับกระบวนการผลิตไวน์ Robert Mondavi Napa Valley นั้นจะเป็นกระบวนการที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้ไวน์ที่มีคุณภาพสูงสุด โดยกระบวนการทั้งหมดเริ่มตั้งแต่การเลือกสรรองุ่นที่ดีที่สุด ไปจนถึงการบ่ม และบรรจุขวดที่ช่วยเก็บรักษาคุณภาพไวน์ไว้ได้อย่างยาวนาน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนในการผลิตไวน์ Robert Mondavi Napa Valley มีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- การเลือกสรรองุ่น สำหรับกระบวนการผลิตไวน์ Robert Mondavi นั้นจะเริ่มต้นจากการเลือกสรรองุ่นที่มีคุณภาพสูงจากไร่ที่ตั้งอยู่ใน Napa Valley ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกองุ่นที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย โดยจะใช้องุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon เป็นหลัก และผสมผสานกับองุ่นอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ Petit Verdot, สายพันธุ์ Merlot และสายพันธุ์ Cabernet Franc และการเลือกองุ่นจะต้องคำนึงถึงความสมบูรณ์ของผลไม้ เพราะว่าจะมีผลต่อรสชาติสุดท้ายของไวน์ และองุ่นจะได้รับการคัดเลือกอย่างละเอียด ก็จะทำการเก็บเกี่ยวในช่วงที่ผลสุกเต็มที่ เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด และในการเก็บเกี่ยวองุ่นนั้นจะทำด้วยมือ เพราะจะช่วยให้คัดเลือกองุ่นที่มีคุณภาพดี และคัดเอาองุ่นที่มีความเสียหาย หรือไม่สมบูรณ์ออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในการเก็บเกี่ยวมักจะทำในช่วงเช้า เพื่อลดความร้อนที่อาจทำลายคุณภาพขององุ่นได้
- การบด และการคัดแยก หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จ องุ่นที่จะนำมาผลิต Robert Mondavi Napa Valley ก็จะถูกนำมาบดในเครื่องบดที่ออกแบบมาเพื่อแยกกาก และน้ำองุ่นออกจากกัน เพื่อให้ได้เฉพาะน้ำองุ่นที่มีคุณภาพดีที่สุด และในขั้นตอนนี้น้ำองุ่นที่ได้จะถูกนำไปผ่านกระบวนการหมักต่อไป
- การหมัก หลังจากผ่านการบดแล้ว น้ำองุ่นที่ได้ก็จะถูกนำไปหมักในถังหมักที่ทำจากสแตนเลส หรือไม้โอ๊ค และการหมักจะใช้ระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน ซึ่งระยะเวลานี้จะช่วยให้ยีสต์ที่อยู่ในน้ำองุ่นเปลี่ยนแป้งเป็นแอลกอฮอล์ และผลิตสารประกอบที่สำคัญต่อรสชาติของไวน์ และในกระบวนการหมักนี้จะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมกับทำการควบคุมอุณหภูมิ และการหมุนเวียนน้ำองุ่นในถังอย่างเข้มงวด เพื่อให้การหมักเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การบ่ม หลังจากหมักเสร็จแล้ว Robert Mondavi Napa Valley ที่ได้ก็จะถูกนำไปบ่มในถังไม้โอ๊ค ซึ่งการบ่มในถังไม้โอ๊คเป็นขั้นตอนสำคัญในการเสริมรสชาติ และกลิ่นของไวน์ โดยไม้โอ๊คจะช่วยเพิ่มกลิ่นวนิลา เครื่องเทศ และรสชาติที่นุ่มนวลให้กับไวน์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับประเภทของไม้โอ๊คที่ใช้และระยะเวลาในการบ่มด้วย และในกระบวนการบ่มนี้จะใช้ระยะเวลาประมาณ 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับประเภทของไวน์ที่ผลิต และระยะเวลาที่ใช้นั้นก็จะช่วยให้ไวน์ได้สัมผัสกับไม้โอ๊คมากพอที่จะพัฒนารสชาติ และกลิ่นให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
- การกรอง หลังจากการบ่มเสร็จสิ้นแล้ว ไวน์ก็ต้องมาผ่านการกรองอีกครั้ง โดยในกระบวนการกรองนี้จะช่วยให้ไวน์มีความใส สะอาด และปราศจากสารตกค้าง ที่อาจส่งผลกระทบต่อรสชาติ หรือความบริสุทธิ์ของไวน์ได้ และในกระบวนการกรองจะมีความพิถีถัน และละเอียดเป็นอย่างมาก เพื่อให้ไวน์มีความเป็นธรรมชาติ และไม่สูญเสียคุณสมบัติของไวน์ที่ได้รับจากการบ่ม
- การผสม สำหรับขั้นตอนการผสมนั้นจะเป็นการนำไวน์จากถังต่างๆ มาผสมกัน เพื่อให้ได้ไวน์ที่มีรสชาติสมดุล และตรงตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ และในการผสมไวน์นี้จะทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และจะมีการชิมและทดสอบหลายครั้งจนกว่าจะได้รสชาติที่ดีที่สุด
- การบรรจุขวด หลังจากผ่านการกรอง และผสมแล้ว ไวน์จะถูกบรรจุลงในขวดเป็นอย่างดี ด้วยการใช้เครื่องบรรจุขวดที่สะอาด และมีความแม่นยำสูง เพื่อให้ไวน์ได้รับการบรรจุขวดอย่างพิถีพิถัน และจะมีการตรวจสอบคุณภาพทุกขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไวน์ในขวดทุกขวดมีคุณภาพที่ดีที่สุด และในการบรรจุขวดนั้นจะทำในสภาพแวดล้อมที่สะอาด และมีการควบคุมอุณหภูมิอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่พึงประสงค์ในไวน์
3. รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Robert Mondavi Napa Valley เป็นยังไง?
สำหรับ Robert Mondavi Napa Valley เป็นไวน์ที่มีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีความซับซ้อน และมีความหลากหลาย และยังมีมิติที่เป็นเอกลักษณ์ที่สามารถสร้างความประทับใจให้นักดื่มได้ทุกสัมผัส โดยในแต่ละหยดนั้นก็จะมีรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่มีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- รสชาติ (Flavor) สำหรับรสชาติของ Robert Mondavi Napa Valley นั้นจะมีความหอมหวานของผลไม้ตระกูลเบอร์รีอย่างชัดเจน เช่น ราสป์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี บลูเบอร์รี และพลัม ตามมาด้วยความเข้มข้นของพริกไทย และเครื่องเทศนานาชนิด ปิดท้ายด้วยความโอ๊คกี้ที่มีความละมุนจากวานิลลา และไม้โอ๊คที่จะทิ้งท้ายไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
- รสสัมผัส (Mouthfeel) สำหรับรสสัมผัสของ Robert Mondavi Napa Valley นั้นจะเป็นแบบ Full Body มีความเข้มข้นของแทนนินสูง และมี Acidity หรือความเป็นกรดปานกลาง ทำให้เวลาดื่มนั้นจะสัมผัสได้ถึงความเนียนนุ่ม ละมุน และละเอียด ส่งผลให้นักดื่มรู้สึกเต็มปาก เต็มคำ กับรสชาติที่อุดมไปด้วยเนื้อสัมผัสที่หนาแน่น แต่ไม่ทำให้รู้สึกหนักเกินไป และดื่มง่าย
- กลิ่น (Aroma) สำหรับกลิ่นของ Robert Mondavi Napa Valley นั้นจะประกอบไปด้วยความหลากหลาย และมีมิติ โดยเฉพาะกลิ่นของผลไม้สดที่ชัดเจน เช่น กลิ่นของผลไม้ตระกูลเบอร์รี หรือผลไม้ที่สุกเต็มที่ เช่น พลัม และเชอร์รี่ นอกจากนี้ยังมีกลิ่นของไม้โอ๊ค ซึ่งมักจะมีส่วนผสมของกลิ่นวนิลา และเครื่องเทศ เช่น อบเชย และพริกไทยดำ ที่มอบความซับซ้อนให้กับไวน์ รวมถึงกลิ่นหอมของถั่วอัลมอนด์ ที่ช่วยเพิ่มความนุ่มลึกมากขึ้น
ด้วยองค์ประกอบของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Robert Mondavi Napa Valley ที่สามารถสะท้อนถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวของความเป็นไวน์จาก Napa Valley ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ Robert Mondavi Napa Valley เป็นที่นิยมของนักดื่มไวน์แดงทั่วโลก และการันตีด้วยคะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์ชื่อดังต่างๆ ดังนี้
- James Suckling ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 93 คะแนน
- Wine Spectator ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 92 คะแนน
- Wine Advocate ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 94 คะแนน
- Wine Enthusiast ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 94 คะแนน
ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากจะสัมผัสถึงความพรีเมียม และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Robert Mondavi Napa Valley ในราคาสบายกระเป๋า ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK ที่มี Robert Mondavi Napa Valley พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ ของแท้ 100% ราคาดีที่สุด จัดส่งไวให้ถึงหน้าบ้าน สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ Line Official : @

4. Robert Mondavi Napa Valley ควรดื่มยังไง? ถึงจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของ Napa Valley ได้ทุกหยด
สำหรับนักดื่มที่อยากจะสัมผัสถึงรายละเอียดของ Robert Mondavi Napa Valley ได้อย่างเต็มที่นั้นจะต้องให้ความสำคัญในการเสิร์ฟ การดื่ม การจับคู่อาหาร และการเก็บรักษา เพื่อให้ Robert Mondavi Napa Valley สามารถแสดงรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่ดีที่สุดออกมาอย่างเต็มที่ โดยในแต่ละขั้นตอนการดื่ม Robert Mondavi Napa Valley นั้นก็จะมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- วิธีการเสิร์ฟ สำหรับวิธีการเสิร์ฟ Robert Mondavi Napa Valley ควรทำการเปิดไวน์ก่อนทำการเสิร์ฟประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพื่อให้ไวน์มีเวลาหายใจ และเผยรสชาติ และกลิ่นออกมาได้อย่างเต็มที่ พร้อมกับทำการเสิร์ฟในอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส เพื่อให้ไวน์แสดงรสชาติได้ดีที่สุด
- วิธีการดื่ม สำหรับวิธีการดื่ม Robert Mondavi Napa Valley นั้นควรเริ่มจากการสัมผัสรสชาติ และกลิ่นให้เต็มที่ ด้วยการหมุนแก้วเบาๆ เพื่อให้กลิ่นของไวน์กระจายออกมา พร้อมกับทำการจิบไวน์ทีละเล็กน้อยอย่างช้าๆ เพื่อใช้เวลาในการดื่ม และสัมผัสประสบการณ์การดื่มจากรสชาติ และกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่ไวน์สัมผัสกับอากาศ
- วิธีการจับคู่อาหาร สำหรับวิธีการจับคู่อาหารกับ Robert Mondavi Napa Valley นั้นสามารถทำการจับคู่กับอาหารได้หลากหลายประเภท โดยเฉพาะอาหารที่มีรสชาติเข้มข้น เช่น สเต็กริบอาย ลาบเนื้อ หรืออาหารที่ใช้เครื่องเทศจัดจ้าน หรืออาหารที่มีการปรุงสุกด้วยการใช้เตาถ่าน หรือการย่าง เพราะว่า Robert Mondavi Napa Valley มีความหอมของไม้โอ๊คที่จะช่วยเสริมกลิ่นควัน และเครื่องเทศให้เข้ากับรสชาติของอาหารได้ดี
- วิธีการเก็บรักษา สำหรับวิธีการเก็บรักษา Robert Mondavi Napa Valley ควรเก็บไว้ในที่เย็น มือ และมีอุณหภูมิที่มีความคงที่ประมาณ 12-16 องศาเซลเซียส พร้อมกับวางขวดไว้ในแนวนอนเสมอ เพื่อให้จุกคอร์กสัมผัสกับไวน์ ที่จะช่วยป้องกันจุกคอร์กไม่ให้แห้งที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการรั่วซึมของอากาศ และส่งผลให้ไวน์เกิดการเสื่อมสภาพได้ และหลังจากเปิดขวดแล้ว หากยังดื่มไม่หมด ควรปิดจุกให้แน่น และเก็บไว้ในตู้เย็น และควรดื่มให้หมดภายใน 2-3 วัน
5. พบกับ Robert Mondavi Napa Valley ราคาสุดพิเศษ พร้อมส่ง ของแท้ จัดส่งไวให้ถึงบ้าน ได้ที่ Wine Palette BKK
สำหรับนักดื่มคนไหนที่สนใจอยากจะลิ้มลอง หรือกำลังมองหาแหล่งจำหน่าย Robert Mondavi Napa Valley ในราคาสุดพิเศษ ของแท้ มีสินค้าพร้อมส่ง ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ พร้อมจัดส่งไวให้ถึงมือ ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK แหล่งนำเข้า และจำหน่ายเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบให้นักดื่มได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดง ไวน์ขาว ไวน์วินเทจพรีเมียม แชมเปญ สปาร์คกลิ้งไวน์ วิสกี้ คอนญัก หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ก็มีให้นักดื่มได้เลือกกันอย่างครบครัน คัดสรรเครื่องดื่มทุกขวดด้วยความใส่ใจ สามารถเชื่อถือได้ว่าเป็นของแท้ 100% จำหน่ายในราคามิตรภาพ พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ เพื่อให้นักดื่มได้สัมผัสความพรีเมียมของเครื่องดื่มขวดโปรดได้แบบทันใจในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ขอคำแนะนำ ดูรายละเอียดสินค้า หรือสั่งซื้อสินค้าได้เลยที่ …
- Line Official : @
- Website : www.winepalletbkk.com
มาพร้อมกับบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ การจัดส่งสินค้าด่วนภายในกทม. ที่ใช้เวลาจัดส่งเพียง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือภายในวันที่สั่งซื้อ และการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ที่ใช้เวลาในการจัดส่งเพียง 1-2 วัน ทำให้นักดื่มสามารถสั่งซื้อเครื่องดื่มขวดโปรดได้แบบง่ายๆ จากทั่วทุกมุมของประเทศไทย และสามารถสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง แพ็คสินค้าทุกออเดอร์เป็นอย่างดี และมีการรับประกันสินค้าระหว่างการจัดส่ง หากสินค้าได้รับความเสียหาย แตก หัก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ในระหว่างการจัดส่ง ทางร้านยินดีเปลี่ยนสินค้าเป็นขวดใหม่ให้ทันที แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ สามารถมั่นใจได้เลยว่าเครื่องดื่มขวดโปรดจะถึงมืออย่างปลอดภัยแน่นอน แถมยังมีบริการแอดมินให้คำแนะนำสินค้า เพียงแค่แจ้งแอดมินว่าอยากได้เครื่องดื่มประเภทไหน รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นสไตล์ไหน เจาะจงยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ มีงบประมาณเท่าไหร่ ซื้อดื่มเอง ซื้อเป็นของขวัญ หรือซื้อในโอกาสอะไร เพื่อให้แอดมินได้แนะนำเครื่องดื่มที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักดื่มมากที่สุด





