Description

Krug Grande Cuvee แชมเปญคลาสสิกแห่งเมืองไรมส์จากปีค.ศ. 1843
“Krug Grande Cuvee” เป็นหนึ่งในแชมเปญจากประเทศฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และได้รับการยอมรับว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา และความพรีเมียมในวงการแชมเปญทั่วโลก ด้วยการผสมผสานระหว่างานศิลปะ และวิทยาศาสตร์ในการผลิตที่ไม่เหมือนใคร จึงทำให้ Krug Grande Cuvee เป็นผลงานชิ้นเอกของแบรนด์ Krug ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1843 โดย Johann-Joseph Krug ผู้เชี่ยวชาญในด้านการผลิตไวน์ชาวเยอรมัน ผู้ที่มีวิสัยทัศน์อันล้ำลึกในการผลิตเครื่องดื่ม และด้วยการเดินทางของ Krug จึงทำให้เกิดการสร้างสรรค์แชมเปญที่มีความสมบูรณ์แบบ และถือว่าเป็นการพลิกผันของวงการแชมเปญฝรั่งเศส และสร้างผลงานที่มีความยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้
ด้วยความพรีเมียม และความหรูหราของ Krug Grande Cuvee จึงทำให้แชมเปญรุ่นนี้ไม่ใช่แค่แชมเปญธรรมดา แต่เป็น “Champagne Expression” ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในคุณภาพ และความพิเศษ โดยเฉพาะความสามารถในการผสมผสานแชมเปญจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานนับหลายปี รวมถึงมีการเลือกใช้สายพันธุ์องุ่นหลากหลายสายพันธุ์ และมีการเพาะปลูกจากแหล่งปลูกที่หลากหลาย เพื่อสร้างรสชาติที่ซับซ้อน และสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ Krug Grande Cuvee ได้รับการยกย่องว่าเป็นตัวแทนของ “ความสมบูรณ์แบบในแก้วเดียว” และเป็นที่ชื่นชอบของนักดื่มแชมเปญทั่วโลก
1. ประวัติความเป็นมาของ Krug Grande Cuvee ก่อนจะกลายเป็นแชมเปญตัวท็อปของประเทศฝรั่งเศส
สำหรับประวัติความเป็นมาของ Krug Grande Cuvee นั้นได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1843 โดย Johann-Joseph Krug ชาวเยอรมัน ผู้ที่มีความหลงใหลในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างแชมเปญ และไวน์ และมีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทผลิตแชมเปญอย่าง Jacquesson & Fils ก่อนที่เขาจะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง โดย Johann นั้นเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าแชมเปญที่สมบูรณ์แบบควรจะเกิดจากการสร้างสรรค์ที่ละเอียด ใส่ใจ พิถีพิถัน และผ่านการคัดสรรแชมเปญที่ดีที่สุดจากหลายปี โดยไม่ยึดติดกับข้อจำกัดของฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่ง
โดยในช่วงแรกของการก่อตั้ง Krug Grande Cuvee นั้น Johann ก็ได้กำหนดแนวคิดสำคัญในการผลิตแชมเปญที่มีรสชาติ และคุณภาพที่สม่ำเสมอ ถึงแม้จะผลิตในปีที่สภาพอากาศแตกต่างกันก็ตาม ซึ่งวิธีการนี้ก็เป็นรากฐานในการสร้างสรรค์ของ Krug Grande Cuvee ที่นักดื่มรู้จักในปัจจุบัน และไม่เพียงเท่านั้น Johann ก็ยังมีการสร้างระบบการเก็บรักษาไวน์สำรอง (Reserve Wines) ที่หลากหลาย และครอบคลุม ซึ่งทำให้ Krug Grande Cuvee สามารถผสมผสานรสชาติที่ซับซ้อนจากไวน์หลายปี และองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ได้อย่างลงตัว และถือว่าเป็นจุดเด่นของ Krug Grande Cuvee ที่มีการผสมผสานไวน์จากองุ่นทั้งสามพันธุ์หลักของแชมเปญ ได้แก่ Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier และสายพันธุ์องุ่นเหล่านี้ก็มาจากพื้นที่เพาะปลูกที่หลากหลาย และทำให้ได้ไวน์สำรองจากปีที่ต่างกันมากกว่า 10 ปี ส่งผลให้ Krug Grande Cuvee สามารถสร้างรสชาติที่มีความซับซ้อน และลึกซึ้งที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Krug Grande Cuvee
นอกจากนั้นก็ยังมีหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่สำคัญของ Krug Grande Cuvee คือ การส่งต่อปรัชญา และวิธีการผลิตไวน์ของ Johann ไปยังลูกหลานของเขา โดยทุกคนนั้นก็ล้วนมีความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐาน และเอกลักษณ์ของ Krug Grande Cuvee ให้คงอยู่ ซึ่งในปี ค.ศ. 1971 ครอบครัว Krug ก็ได้ร่วมมือกับ LVMH (Moët Hennessy Louis Vuitton) ซึ่งช่วยขยายตลาด และเพิ่มการเข้าถึงของ Krug Grande Cuvee ไปยังลูกค้าทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ ความทุ่มเทในการผลิตแชมเปญที่มีคุณภาพ และความหรูหราสูงสุด ทำให้ต่อมาในศตวรรษที่ 20 Krug ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการแชมเปญ และกลายเป็นหนึ่งในแชมเปญที่ได้รับการแนะนำจากนักวิจารณ์ไวน์ชื่อดังทั่วโลก และในปัจจุบัน Krug Grande Cuvee ไม่เพียงแต่เป็นแชมเปญที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ และปรัชญาของ Johann-Joseph Krug แต่ยังเป็นตัวแทนของศิลปะในการผลิตแชมเปญที่ไร้ที่ติ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแชมเปญที่ดีที่สุดในโลก

2. ขั้นตอนกระบวนการผลิต Krug Grande Cuvee มีอะไรบ้าง?
สำหรับกระบวนการผลิตของ Krug Grande Cuvee ที่เป็นหนึ่งในแชมเปญที่พรีเมียม และหรูหราที่สุดในโลกนั้นก็จะต้องมีกระบวนการผลิตที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูกองุ่น การเก็บเกี่ยว การหมักบ่ม ไปจนถึงการบรรจุขวด เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีเยี่ยม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนถึงความคลาสสิกของแหล่งผลิตได้เป็นอย่างดี ซึ่งขั้นตอนต่างๆ ในกระบวนการผลิตของ Krug Grande Cuvee มีรายละเอียด ดังนี้
- การเพาะปลูกองุ่น สำหรับการผลิต Krug Grande Cuvee นั้นจะใช้องุ่นจาก 3 สายพันธุ์หลักของแชมเปญ ได้แก่ Chardonnay, Pinot Noir และ Pinot Meunier ซึ่งปลูกในไร่องุ่นที่ดีที่สุดของภูมิภาคแชมเปญ โดยในพื้นที่เหล่านี้จะมีดินชอล์คที่เหมาะสมกับการปลูกองุ่นสำหรับแชมเปญโดยเฉพาะ และจะผ่านการเก็บเกี่ยวด้วยมือเท่านั้น เพื่อรักษาคุณภาพขององุ่นให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด
- การคัดเลือกองุ่น และการหมักเบื้องต้น สำหรับองุ่นที่เก็บเกี่ยว เพื่อนำมาผลิต Krug Grande Cuvee นั้นจะถูกคัดเลือกอย่างพิถีพิถันก่อนนำไปบด เพื่อสกัดน้ำองุ่นออกมา และน้ำองุ่นที่ได้นั้นก็จะถูกนำไปหมักในถังสแตนเลส หรือถังไม้โอ๊ก เพื่อเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์ และกระบวนการหมักเบื้องต้นนี้ก็ช่วยให้ได้ไวน์เบสที่มีรสชาติพื้นฐาน
- การเลือกไวน์เบส และการประกอบสูตร สำหรับขั้นตอนการ blending ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการผลิต Krug Grande Cuvee โดยในขั้นตอนนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญจะเลือกไวน์เบสจากหลายๆ ปี (บางครั้งมากกว่า 10 ปี) และจากไร่องุ่นที่หลากหลาย เพื่อสร้างโปรไฟล์รสชาติที่ซับซ้อน และสมดุลที่สุด
- การเติมยีสต์ และน้ำตาล สำหรับขั้นตอนนี้จะเริ่มต้นหลังจากประกอบสูตรเรียบร้อยแล้ว โดยไวน์จะถูกเติมยีสต์ และน้ำตาลเล็กน้อยก่อนนำไปบรรจุขวด ซึ่งกระบวนการนี้จะเรียกว่า second fermentation ที่เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างฟองในแชมเปญ
- การบ่มในขวด สำหรับขั้นตอนการบ่ม Krug Grande Cuvee ในขวดที่เติมยีสต์แล้วนั้นจะถูกวางในห้องใต้ดิน เพื่อบ่มอย่างน้อย 6-7 ปี หรือมากกว่านั้น โดยในระหว่างนี้ยีสต์ที่อยู่ในขวดจะย่อยตัวเอง และปล่อยสารที่ช่วยเพิ่มความซับซ้อนของรสชาติให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
- การหมุนขวด และการกำจัดตะกอน เมื่อทำการบ่มเสร็จสิ้นแล้ว ขวดของ Krug Grande Cuvee ก็จะถูกหมุนเล็กน้อยทีละขั้นตอนในแนวตั้ง เพื่อให้ตะกอนยีสต์ไหลลงไปที่คอขวด หลังจากนั้น ตะกอนจะถูกกำจัดออกโดยการแช่คอขวดในน้ำแข็ง และเปิดขวด
- การเติมลิเคอร์ และการปิดผนึกขวด สำหรับขั้นตอนสุดท้ายในการผลิต Krug Grande Cuvee คือการเติม liqueur d’expédition เพื่อปรับรสชาติ และความหวานของแชมเปญ แล้วจึงค่อยทำการปิดผนึกขวดด้วยจุกคอร์ก
- การบ่มเพิ่มเติมหลังการปิดผนึก หลังจากทำปิดผนึกขวดแล้ว ก่อนที่จะวางจำหน่าย Krug Grande Cuvee ก็จะได้รับการบ่มในขวดอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้รสชาติพัฒนาอย่างเต็มที่ และเผยรายละเอียดที่สมบูรณ์แบบให้นักดื่มได้สัมผัสกัน
3. รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Krug Grande Cuvee เป็นยังไง?
สำหรับรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Krug Grande Cuvee นั้นจะมีความโดดเด่นตรงที่ความซับซ้อน และความสมดุลที่หาได้ยาก ด้วยความที่เป็นแชมเปญที่บ่มเพาะด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด จึงทำให้ได้รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นที่สะท้อนถึงความคลาสสิก และความหลากหลายที่ลงตัว ซึ่งในแต่ละสัมผัสนั้นก็จะมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- รสชาติ (Flavor) สำหรับรสชาติของ Krug Grande Cuvee นั้นจะมีรสชาติที่หลากหลาย โดยจะมีความหอมหวานของผลไม้สดอย่างชัดเจน เช่น แอปเปิ้ล ลูกแพร์ และซิตรัส ผสมผสานเข้ากันกับความหอมของผลไม้แห้ง เช่น อัลมอนด์ และฟิก ปิดท้ายด้วยความหอมละมุนของขนมอบอย่างบิสกิต และวานิลลาที่เข้ากันอย่างลงตัว
- รสสัมผัส (Mouthfeel) สำหรับรสสัมผัสของ Krug Grande Cuvee นั้นจะมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นในแบบแชมเปญระดับพรีเมียม มาพร้อมกับแทนนินน้อย ที่เป็นลักษณะเฉพาะของแชมเปญแบบดั้งเดิม และมีความเป็นกรดที่โดดเด่น แต่สมดุล ช่วยเพิ่มความสดชื่น และทำให้รสชาติไม่หนักจนเกินไป
- กลิ่น (Aroma) สำหรับกลิ่นของ Krug Grande Cuvee นั้นจะมีความโดดเด่นตรงที่ความซับซ้อน และน่าหลงใหล โดยจะมีทั้งโน้ตของดอกไม้ ผลไม้สด ขนมปังปิ้ง และเครื่องเทศเบาๆ มาพร้อมกลิ่นหอมของวานิลลา และคาราเมลที่มาจากการบ่มในถังโอ๊กที่เสริมกลิ่นให้เป็นเอกลักษณ์
ด้วยองค์ประกอบของรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Krug Grande Cuvee ที่สามารถสะท้อนถึงความคลาสสิก และเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ Krug Grande Cuvee เป็นที่นิยมของนักดื่มแชมเปญทั่วโลก และการันตีด้วยคะแนนจากนักวิจารณ์ไวน์ชื่อดังต่างๆ ดังนี้
- James Suckling ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 97 คะแนน
- Wine Spectator ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 96 คะแนน
- Wine Advocate ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 96 คะแนน
- Wine Enthusiast ได้รับคะแนนไวน์มากถึง 97 คะแนน
ดังนั้น ถ้าหากนักดื่มคนไหนอยากจะสัมผัสถึงความพรีเมียม หรูหรา และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Krug Grande Cuvee ในราคาสบายกระเป๋า ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK ที่มี Krug Grande Cuvee พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ ของแท้ 100% ราคาดีที่สุด จัดส่งไวให้ถึงหน้าบ้าน สั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ Line Official : @

4. วิธีดื่ม Krug Grande Cuvee ที่ช่วยให้นักดื่มสัมผัสถึงความคลาสสิกในทุกหยดได้ในทุกหยด
สำหรับ Krug Grande Cuvee เป็นแชมเปญที่ควรให้ความใส่ใจในการดื่มในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเสิร์ฟ การดื่ม การจับคู่อาหาร ไปจนถึงการเก็บรักษา เพื่อให้สามารถดื่มด่ำกับความคลาสสิกของ Krug Grande Cuvee ได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น ในหัวข้อนี้ทาง Wine Palette BKK จึงจะมาแชร์เทคนิคการดื่ม Krug Grande Cuvee แบบง่ายๆ ที่ช่วยให้สัมผัสถึงทุกรายละเอียดได้อย่างชัดเจน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้
- วิธีการเสิร์ฟ ควรทำการเสิร์ฟในอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส เพื่อรักษารสชาติ และกลิ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกับเลือกใช้แก้วแชมเปญทรงทิวลิป หรือแก้วไวน์ขาว เพื่อให้กลิ่น และฟองสามารถกระจายตัวได้ดีมากขึ้น
- วิธีการดื่ม ควรเริ่มจากการจิบทีละเล็กน้อย เพื่อปล่อยให้รสชาติซึมซาบบนลิ้น และค่อยๆ ทำการกลืนอย่างช้าๆ เพื่อให้นักดื่มสามารถสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของรสชาติ และกลิ่นในแต่ละจิบได้อย่างชัดเจน
- วิธีการจับคู่อาหาร สำหรับการจับคู่อาหารกับ Krug Grande Cuvee นั้นสามารถดื่มคู่กับอาหารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูอาหารทะเล เช่น หอยนางรม แซลมอน หรือล็อบสเตอร์ หรือจะเลือกเป็นเมนูซูชิก็เข้ากันได้ดี รวมถึงเมนูอาหารเรียกน้ำย่อย เช่น ชีสบอร์ด หรือคาเวียร์ และอาหารจานหลักอย่างไก่ย่าง สปาเก็ตตี้ หรือพาสต้าในซอสครีมก็ได้เช่นกัน
- วิธีการเก็บรักษา ควรทำการเก็บรักษาไว้ในที่มืด และเย็น และมีอุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 10-12 องศาเซลเซียส พร้อมกับหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีแสง หรือการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ รวมถึงควรเก็บขวดไว้ในแนวนอน เพื่อให้แชมเปญสัมผัสกับจุกคอร์ก ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วซึมของอากาศที่อาจส่งผลต่อรสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นของ Krug Grande Cuvee ได้
5. ซื้อ Krug Grande Cuvee ราคาดีที่สุด การันตีของแท้ พร้อมจัดส่งไวให้ถึงหน้าบ้าน ต้องที่ Wine Palette BKK
สำหรับนักดื่มคนไหนที่สนใจอยากจะลิ้มลอง หรือกำลังมองหาแหล่งจำหน่าย Krug Grande Cuvee ของแท้ในราคาสุดพิเศษ ที่มีสินค้าพร้อมจัดส่งให้ทันที ก็สามารถแวะมาหาซื้อได้ที่ Wine Palette BKK แหล่งนำเข้า และจำหน่ายเครื่องดื่มนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบให้นักดื่มได้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นไวน์แดง ไวน์ขาว ไวน์วินเทจพรีเมียม แชมเปญ สปาร์คกลิ้งไวน์ วิสกี้ คอนญัก หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ก็มีให้นักดื่มได้เลือกกันอย่างครบครัน คัดสรรเครื่องดื่มทุกขวดด้วยความใส่ใจ สามารถเชื่อถือได้ว่าเป็นของแท้ 100% จำหน่ายในราคามิตรภาพ พร้อมส่งทันที ไม่ต้องรอพรีออเดอร์ เพื่อให้นักดื่มได้สัมผัสความพรีเมียมของเครื่องดื่มขวดโปรดได้แบบทันใจในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่าย สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ขอคำแนะนำ ดูรายละเอียดสินค้า หรือสั่งซื้อสินค้าได้เลยที่ …
- Line Official : @
- Website : www.winepalletbkk.com
มาพร้อมกับบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ การจัดส่งสินค้าด่วนภายในกทม. ที่ใช้เวลาจัดส่งเพียง 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง หรือภายในวันที่สั่งซื้อ และการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศ ที่ใช้เวลาในการจัดส่งเพียง 1-2 วัน ทำให้นักดื่มสามารถสั่งซื้อเครื่องดื่มขวดโปรดได้แบบง่ายๆ จากทั่วทุกมุมของประเทศไทย และสามารถสั่งซื้อได้ตลอด 24 ชั่วโมง แพ็คสินค้าทุกออเดอร์เป็นอย่างดี และมีการรับประกันสินค้าระหว่างการจัดส่ง หากสินค้าได้รับความเสียหาย แตก หัก หรืออยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ในระหว่างการจัดส่ง ทางร้านยินดีเปลี่ยนสินค้าเป็นขวดใหม่ให้ทันที แบบไม่มีเงื่อนไขใดๆ สามารถมั่นใจได้เลยว่าเครื่องดื่มขวดโปรดจะถึงมืออย่างปลอดภัยแน่นอน แถมยังมีบริการแอดมินให้คำแนะนำสินค้า เพียงแค่แจ้งแอดมินว่าอยากได้เครื่องดื่มประเภทไหน รสชาติ รสสัมผัส และกลิ่นสไตล์ไหน เจาะจงยี่ห้อไหนเป็นพิเศษ มีงบประมาณเท่าไหร่ ซื้อดื่มเอง ซื้อเป็นของขวัญ หรือซื้อในโอกาสอะไร เพื่อให้แอดมินได้แนะนำเครื่องดื่มที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักดื่มมากที่สุด





